รักหรอก…จึง “เหวี่ยง” เล่น
posted on 16 Feb 2012 00:13 by playwinning
“…ไม่ต้องเศร้าหรอก เพราะเดี๋ยวคนที่ใช่ก็จะถูกโลกเหวี่ยงให้เข้ามาในชีวิตเราเอง และเมื่อถึงตอนนั้น นายก็รีบคว้าไว้เลยนะ อย่าปล่อยให้หลุดมือไปก็แล้วกัน”
ฉาก ณ สนามบินสุวรรณภูมิกับถ้อยคำสั้นๆ ที่นางเอกสอนเรื่องความรักให้กับอดีตแฟนหนุ่มเพลย์บอย ยังคงตราตรึงอยู่ในความรู้สึกของผมอย่างเนียวแน่นยิ่งกว่าตีนตุ๊กแกหรือ กาวยี่ห้อโขลงช้าง เสียอีก
ช่างคิดจริงๆ ช่างเลือกจริงๆ
กับการใช้คำว่า “เหวี่ยง” ในความหมายที่เหมือนจะอยู่ด้านตรงข้ามกับแว๊บแรกที่ได้ยิน
“มึงเป็นบ้าอะไร! เหวี่ยงเหลือเกิน!!” ชายหนุ่มใช้คำว่าเหวี่ยงกับสหายขี้โวยวายในวงเหล้า
“หล่อนอ่ะนะ โอ้ยย!! มารดาของเจ้าแม่เหวี่ยงเลย!!
(ใช้คำว่า มารดา เพราะเก๋าเกมส์กว่า เหวี่ยง ทั่วไปมากมายนัก)”
ดีไซด์เนอร์ใช้คำกริยาแสดงอาการโยนของนี้กับเพื่อนร่วมงาน ขณะนินทาดาราขึ้วีน
จะเห็นว่า “เหวี่ยง” นั้น ถูกสบประมาทและคนใช้มักชอบจับมันยัดเข้าไปในกระจาดที่มีอารมณ์ฉุนเฉียวบรรจุอยู่ด้วยเสมอ “เหวี่ยง” มักถูกบังคับให้ยืนเรียงแถวอยู่ตรงกลางของกลุ่มคำอันธพาลตลอดมา
อาทิเช่น
“มึงจะเหวี่ยงไปไหนวะ!!” / มึง (คำอันธพาล) จะ (คำติ๋มๆที่มักตามต้อยๆกับทุกประโยค) เหวี่ยง (!!!) ไป (คำติ๋มๆที่บางครั้งก็ดูแข็งกร้าวแบบนิดๆ) ไหน (คำโคตรติ๋ม ที่ใช้สำหรับเด็กเนิร์ดขี้สงสัย) วะ (คำอันธพาล ที่มักชอบคุมลูกน้องอยู่ท้ายขบวนประโยคเสมอๆ) !!
เห็นไหมว่า เหวี่ยง มักจะตกเป็นเยื่อที่ไร้การต่อสู้ อีกทั้งยังต้องถูกเหล่านักเลงอันธพาลคุมหน้าคุมหลังทุกครั้งไป และเมื่อ “เหวี่ยง” เข้าพวกกับกลุ่มอันธพาลบ่อยๆเข้า จากเดิมที่เคยเป็นเหยื่อของคำนักเลง ก็กลับกลายเป็น คำหาเรื่อง คำเกเรเองให้มันรู้แล้วรู้รอดไปซะเลย!!
“เมิงเจอกูเหวี่ยงหมัดใส่แน่!!” / เมิง (คำอันธพาล ค(“เล้ายๆมึง แต่แซ๊บกว่า) เจอ (คำติ๋มๆที่พบเห็นได้ทั่วไป) กู (คำอันธพาล จากแก๊งค์สุโขทัย) เหวี่ยงหมัด ("เหวี่ยง” จับมือกับ “หมัด” ซึ่งเป็นกลยุทธหาเรื่องแบบหมาหมู่ที่ได้ผล!!) ใส่ (คำติ๋มๆคำหนึ่ง) แน่ (ไอ้นี่ก็คำติ๋มๆอีก)
เห็นไหม “เหวี่ยง” เองก็มีอารมณ์โมโหได้ และนี่คือตัวอย่างพฤติกรรมฉุนเฉียวอย่างหนึ่งของ “เหวี่ยง” ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในเวลาที่ถูกบังคับให้ตกกระไดพลอยโจรร่วมวงกับคำอันธพาลกร่างเกริ่งเหล่านี้บ่อยๆ
แต่ใช่ว่า “เหวี่ยง” จะถูกลดคุณค่าหาดีไม่ได้เสมอไป
ต้องขอบคุณนักคิดหัวฟู ผู้มีดีกรีเป็นเซอร์แห่งอังกฤษ นาม นิวตัน
โดยนิวตันนี้เองที่เป็นคนเริ่มต้นชักชวน “เหวี่ยง” เข้าสู่โลกของการศึกษาและแวดวงวิชาการมากขึ้น
นิวตันรู้จึกกับ “เหวี่ยง” หลังจากที่ผลแอปเปิลเจ้ากรรมตกลงดังปึก!! บนกลางกระหม่อมของเขา
เขาเจ็บ เขาซึ้ง หรือเขาปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันทีเลยหรือเปล่า? อันนี้ไม่มีใครรู้ได้
แต่ที่ทุกคนโดยเฉพาะเด็กเนิร์ดสายวิทย์รู้ก็คือ
นิวตันใช้เวลาส่วนใหญ่หลังจากนั้น
หมกหมุ่นอยู่กับความพยายามที่จะเข้าใจพฤติกรรมและกิริยามารยาทของ “เหวี่ยง”
และเขาก็ได้พบว่า
แท้จริงแล้วเพื่อนดีๆของ “เหวี่ยง” เองนั้นก็มีอยู่ถมเถือไป อาทิเช่น
นาย”แรง”, นาย”โน้ม” และนาย”ถ่วง”
หรือจะเป็นแกงค์ของ
นาย”แรง” (นายคนนี้เป็นคนเฮฮา เข้าได้กับทุกกลุ่ม), นาย“เสียด” และนาย “ทาน”
ทั้งหมดต่างก็เป็นเพื่อนเรียนของ “เหวี่ยง” ทั้งสิ้น
อย่างที่เขากล่าวกันติดปากว่า
“คบคนดีเป็นศรีแก่ตัว คบคนชั่วตัวจะมีฝี… เอ้ยย ไม่ใช่ ต้องเป็น มีสี นี่หว่า”
เมื่อนาย “เหวี่ยง” ได้คบหาสมาคมกับเพื่อนดีดีที่นิวตันแนะนำบ่อยขึ้น บ่อยขึ้น
ชีวิตของเขาก็ดูดีแบบมีเลือดฝาดขึ้นทีละนิด ทีละน้อย
จนกระทั่งวันนี้ วัน Valentine ปี 2012 ในที่สุดก็มีคนเข้าใจ “เหวี่ยง” มากขึ้นเยอะเหลือเกิน และพวกเขาก็เริ่มสัมผัสได้ว่า “เหวี่ยง” เองนั้นก็”รัก”เป็นเหมือนกัน “เหวี่ยง”เองก็มีความรักได้เหมือนคนทั่วไป แถวประโยคที่ “เหวี่ยง” กำลังยืนอยู่ ณ ตอนนี้ ล้วนประกอบด้วยคำดีดีและสุภาพมากมาย อีกทั้งยังมีความหมายต่อเติมรักให้หัวใจผู้คนอีกด้วย
“…ไม่ต้องเศร้าหรอก เพราะเดี๋ยวคนที่ใช่ก็จะถูกโลกเหวี่ยงให้เข้ามาในชีวิตเราเอง และเมื่อถึงตอนนั้น นายก็รีบคว้าไว้เลยนะ อย่าปล่อยให้หลุดมือไปก็แล้วกัน”
ในที่สุด “เหวี่ยง” ก็ได้รู้จักกับ คำว่า “รัก” สักที ……………
edit @ 16 Feb 2012 00:36:10 by Blowing in the words


