ถ้าพูดถึงคำว่า “อึนๆ” อาจชวนให้นึกถึง อาการปวดท้องต้องการเข้าห้องน้ำของใครหลายคน รวมทั้งตัวผมเองด้วย การปวดแบบอึนๆเป็นสภาวะการณ์ที่ดูอึดอัด และมักไม่ค่อยจะมีความสุขสักเท่าไรนักหรอก ปวดท้องอึนๆ ปวดหัวอึนๆ ปวดหลังอึนๆ และอะไรต่อมิอะไรอีกหลายอึนๆ ซึ่งบางครั้งอาจให้อารมณ์ชั่ววูบที่ต่างกัน แต่องค์ประกอบรวมของมันนั้นมักรู้สึกเหมือนกันเสมอๆ

อย่างที่บอก “อึนๆ” คือประสบการณ์ด้านลบที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน และเราก็หวังจะให้เจ้า “อึนๆ” นั้นดับขรรค์ไปโดยเร็วที่สุด แต่คุณลองจินตนการดูสิว่า ถ้าคนๆหนึ่ง ต้องเจอกับชีวิตที่ “อึนๆ” อยู่ตลอดเวลา เจออยู่ทุกวี่ทุกวัน และขยันหมั่นเข้ามาในชีวิตเขาราวกับคำว่า “รับขนมจีบ ซาลาเปา เพิ่มไหม๊ค่ะ” ยามที่เข้าเซเว่นฯ ล่ะ เขาจะสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ในรูปแบบไหนกัน

ผมเลือกหยิบหนังเรื่องนี้ขึ้นมาดู เพราะหวังว่าจะหาดราม่าง่ายๆของผู้อื่น มากลบอารมณ์ “อึนๆ” ที่สมองผมกำลัง “อินเทรนด์” คิดอยู่พอดี ต้องการดูเพื่อหาแรงบันดาลใจ และค้นข้อคิดดีๆไว้หมายเอาไปปรับใช้ในการจัดการสภาวะ “อึนๆ” แบบไร้ซึ่งความมั่นใจของตนเอง ผมไม่ได้คาดหวังด้วยเพราะรางวัลที่ตัวหนังได้รับ แต่ผมขอหวังให้มันเป็นหนังที่ตรงใจ เหมาะกับการใช้เยียวยาสรรพสารกระบวนการคิดที่ชะงักงันของผมเองเท่านั้น

แพท โซลาทาโน ทำให้ผมคล้อยตามตั้งแต่แว๊บแรกที่ได้เห็น เขาทำให้ผมรู้สึกว่า

“เฮ้ย พวก!! เรามันแบบเดียวกันนี่หว่า!! แบบที่เขาเรียกกันว่า “อึนๆ” น่ะ”

หนังฉายไป ขณะที่ชีวิต “อึนๆ” ของแพทก็ลื่นไหลไปในวิถีทางที่มันเป็น อารมณ์ยามสุขของแพทมักถูกกลบด้วยภาพอดีตของภรรยาที่ยังหาตัวไม่เจอ อารมณ์ยามทุกข์ของแพทก็ถูกกระตุ้นให้รุนแรงยิ่งขึ้นยาม “เพลงแห่งวันนอกใจ” อันฝังลึกในจิตของเขาดังขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของแพทเมื่อออกจากสถานบำบัด ยังคงถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันแห่งอารมณ์อย่างหนาทึบ จะทำอะไรก็ดูขวางโลก สับสน มึนงง ไปหมด จนกระทั่ง……

ทิฟฟานี สาวหน้าตาดี แต่มีชีวิต “อึนๆ” เหมือนกัน นึกครึ้มใจวิ่งตามเขาไปในทุกๆครั้งที่ปลายเท้าของแพทสัมผัสถิ่นที่อยู่ของเธอ ต่างจากแพท ทิพฟานี จัดการกับวิถี “อึนๆ” ของตัวเอง ด้วยการระเบิดมันออกมา แต่ก็ยังหาฉนวนมาควบคุมการระเบิดนั้นไม่ได้สักที เธอมั่วกับผู้ชายไม่เลือกหน้า ด้วยข้อหาง่ายๆคือคำว่า “ว้าเหว่”

ถ้าเปรียบดั่งสมการเมื่อลบเจอกับลบแล้วกลายเป็นบวก แพทและทิพฟานีก็คงจะเป็นอย่างนั้นเฉกเช่นเดียวกัน จากการวิ่งตามกันในทุกๆวันที่ออกกำลังกาย กลายเป็นการพูดคุยกันในทุกๆครั้งที่เจอหน้า จากการพูดคุยในทุกๆครั้งที่เจอหน้าเกิดเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สาเหตุ “อึนๆ” ของกันและกัน และเมื่อรู้สาเหตุ “อึนๆ” ของกันและกัน พวกเขาทั้งคู่ก็เริ่มเรียนรู้ที่จะถนอมน้ำใจและเยียวยาความ “อึนๆ” ให้แก่กันมากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้นในทุกๆวัน จนกระทั่ง…….

 

คนดูที่ อึนๆ อย่างผม ยังรู้สึก “อิน” ตามเลย….

 

Book()view: คำยืนยันของ Pereira

posted on 27 Apr 2013 15:50 by playwinning
หลักจากไม่ได้อัพ Blog มาช้านาน ด้วยเหตุที่เหมือนเป็นข้ออ้าง(s) ต่างๆนานา ไม่ว่าจะเป็น ไปแอ่วนอก(ทั้งนอกเมืองและนอกเทศ), ติดสอบ(ซ่อม ^_+!) ,ติดงาน ,ติดต้องทำ IS ส่งจารย์ (อืม...ส้อมและจานมาละ ขาดช้อน) และติดอื่นๆอีกโน่นนี่นั่นนนน .... จนมาถึงวันนี้ วันที่ผมจะกลับมาเขียน Blog อีกครั้ง แล้วพอย้อนกลับมาดู ก็เลยเห็นว่าเราติดค้างอะไรใครไว้เต็มไปหมดเลย เพื่อเป็นการชาร์จพลัง ผมขอเริ่มจากการรีวิวหนังสือก่อนก็แล้วกันนะ
 

"Sostiene Pereira"
 
 
 
แรกเริ่มเดิมที ผมรู้จัก “เขา” ผ่านการจับคู่เดตของห้องสมุดเด็กแนวแห่งหนึ่งแถวสีลม
“The Reading Room”

เราไม่เคยสนิทชิดเชื้อกันมาก่อน มีแต่ผมที่ลอบชำเลืองมอง “เขา” หลายครั้ง ยามเดินผ่านชั้นหนังสือ

ไม่รู้เพราะพรหมลิขิตชักพาหรือหางตาของผมสะกดกันแน่

...จึงทำให้ “เขา” ตกมาอยู่ภายใต้อุ้งมือของผมจนได้

แว๊บแรกที่สังเกตุเห็น “เขา” มาในปกสีเขียวเข้มดูหน้าเกรงขาม พร้อมคำโปรยที่ดูเขร่งขรึม

“เขา” ต้องเป็นคนที่ซีเรียสกับชีวิตเป็นแน่ … ผมคิด

และก็จริงดังว่า เมื่อใช้สายตาค้นหาเนื้อในของ “เขา” ทีละหน้า ทีละแผ่น

ความนึกคิดของ “เขา” บรรจุเรื่องราวของนักหนังสือพิมพ์วัยชราชาวโปรตุกีสคนหนึ่ง

….ผู้ซึ่งประโลมลมหายใจด้วยวรรณกรรมฝรั่งเศสยุคปัจเจกนิยม

เรื่องราวดูไม่น่าจะเครียดเลย ถ้า “เขา” ไม่จับนักหนังสือพิมพ์เฒ่าผู้นี้โยนไปในห้วงเวลาของ 1930s

ช่วงเวลาก่อนที่เมล็ดพันธุ์แห่งสงครามจะเจริญงอกง่ามไปทั่วผืนแผ่นดินยุโรป

1930s คือช่วงจังหวะที่วิถีความคิดของยุโรปถูกแบ่งออกเป็นสองขั้ว…

ขั้วเผด็จการฟาสซิสต์ กับ ขั้ววิถีคิดปัจเจกธิปไตย…อันก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในหลายท้องที่

สงครามกลางเมืองในสเปน และลิทธิชาตินิยมสุดโต่งก็กำลังแพร่เข้ามาในประเทศโปรตุเกส…

ประเทศที่สุนัขล่าเนื้ออย่างชายเฒ่าคนนี้….อาศัยอยู่

ความขัดแย้งเล็กๆในความคิดของชายเฒ่า ถูก “เขา” นำเสนอออกมาอย่างปราณีตและซ้อนเร้น

“เขา” ทำให้ “ผม” ค่อยๆเชื่อและค่อยๆตระหนักว่า...

บริบทสังคมแวดล้อมช่างไม่เหมาะกับอุดมการณ์ที่ชายเฒ่ามีเลย

“เขา” สร้างบรรยากาศของความไม่ปลอดภัยให้ “ผม” และชายเฒ่า

...จนบางครั้งเราทั้งคู่รู้สึกว่า อยู่ในกรอบน่าจะดีกว่า

แต่ทว่า ตัวละครอย่าง โรซี และ มาต้า ที่ “เขา” ปล่อยมา ส่งให้เนื้อหาทรงพลังเหลือเกิน….

ความเปราะบางของความคิดชายเฒ่า ถูก “เขา” ใช้ตัวละครทั้งสอง ลากออกมาประจานไม่มีเหลือ

เมื่อกระแสลมข้างนอกโหมกระหน่ำไปทางขวาและร่างกายของชายชราถูกลากไปขวาเรื่อยๆ

“เขา” มอบหมายโรซีกับมาต้า ช่วยกระตุ้นแรงปรารณาในหัวใจของชายชรา

...ให้เคลื่อนที่ไปทางซ้าย อย่างสุดแรง

ซ้าย ซ้าย ซ้าย ๆๆๆๆๆ ท้ายสุด ร่ายกายของชายชราก็เดินหน้าตามหัวใจ ซ้าย ซ้าย ซ้าย ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

จนอันตรายที่ “เขา” พยายามปั้นให้คลุมเครือไว้ตั้งแต่ต้นเรื่อง ก็ไม่สามารถหลบซ่อนได้อีกต่อไป…

นักหนังสือพิมพ์ชรา มาต้า โรซี คุณพ่ออันนีโอ ด็อกเตอร์คาร์โดโส ลิทธิชาตินิยม

...และปัจเจกบุคคลที่พยายามดิ้นรน

คือสิ่งที่ “เขา” พยายามบอก “ผม”

“เขา” ทำสำเร็จ ด้วยถ้อยคำที่เรียบเนียน เนิบช้า และเปี่ยมด้วยพลัง

“เขา” ทำให้ให้ “ผม” นึกถึงภาพยนต์ยุโรปคลาสสิกหลายๆเรื่องที่เคยดูมา ไม่ว่าจะเป็น

Belle de Jour ของบุนเยล, Persona ของเบิร์กแมน หรือ Cinema Paradiso ของโทนาตอเร่

ที่มีบทหลวมๆ พร้อมเปิดความคิดและแชร์บรรยากาศให้ผู้เสพผลงานได้สัมผัสอย่างจุใจ

“เขา” พยายามสร้างกรอบให้ “ผม” คิด และพยายามบีบสถานการณ์ให้ “ผม” อึดอัด ได้อย่างยอดเยี่ยม

“เขา” เล่าเรื่องร้าย ด้วยภาษาเรียบง่ายราวพรายกระซิบ พร้อมสร้างความเงียบกริบด้วยตอนจบอันน่าทึ่ง

“ผม” ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รู้จัก “เขา” และดีใจที่ได้รู้เนื้อในของ “เขา” ด้วย

อ่อ ก่อนจะจบงานเขียนชิ้นนี้ ผมลืมบอกไปว่า “เขา” ชื่อ “คำสารภาพของเปเรย์รา (Sostiene Pereira)”

และทั้งหมดนี้ คือ คำสารภาพของ “ผม” ครับ…

 
 

edit @ 27 Apr 2013 16:33:41 by Blowing in the words

6Columns: "นิทานก่อนยืน"

posted on 19 Feb 2013 22:58 by playwinning in 6Columns
 

สงสัยไหม ทำไม? สันติภาพถึงได้หลายใจ เดี๋ยวไปเดี๋ยวมา นิทานก่อนยืน ขอหาคำตอบให้

 เราเคยรู้สึกอยาก จนกลายเป็นยากไหม? ถ้าไม่ นิทานก่อนยืน จะเล่าให้ฟัง

นิทานก่อนยืน ถามว่า เชื่อไหมที่ หลักคุณธรรมก็สามารถทำให้คนเราเบียดเบียนกันได้?

“สัตว์ประหลาด” ของพี่เจ้ยได้ไปคานส์  นิทานก่อนยืน ขอยืนกรานเล่า “ประหลาดสัตว์” บ้าง

ใกล้แค่ไหนคือใกล้? นิทานก่อนยืน ส่งน้องใกล้ตา…มาอธิบาย

หากยังจับต้นชนปลายบ่ได้ โปรดแวะเยี่ยม นิทานก่อนยืน บนแผงหนังสือชั้น 4 หอศิลป์กรุงเทพฯ ครับ

 
 
P.S. หนังสือทำมือก้อนเมฆเล่มเขียวเรียวเล็กนี้ ผมขอฝากชาว Exteen ด้วยนะครับ 
ขอบคุณครับ ^^
ปล. (ร้านอยู่ข้างบันไดเลื่อนเจ๊า) 
 
_____________________________________________________________
 
 Blowing in the Words (คำปลิว) 
 
 
 

edit @ 19 Feb 2013 23:27:54 by Blowing in the words